เรื่องของหัวใจ



หลายคนอาจนิ่งนอนใจกับอาการเจ็บป่วยที่เป็นแล้วหายเองในช่วงเวลาสั้นๆโดยคิดไปเองว่าอาการเหล่านั้นเป็นเรื่องเล็กน้อยเช่นพูดไม่ชัดลิ้นคับปากปากเบี้ยวแขนขาไม่มีแรงหรือชาเดินเซอาการเหล่านี้อาจเป็นแล้วหายไปเองใน 24 ชม. แต่คุณรู้ไหม? นั่นคืออาการเริ่มต้นซึ่งอาจจะลงเอยด้วยการเป็นอัมพฤกษ์อัมพาตสาเหตุหนึ่งของการเป็นอัมพฤกษ์อัมพาตคือโรคของเส้นเลือดใหญ่ที่ไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอนายแพทย์โกสินทร์ทัพวงศ์ผู้อำนวยการอาวุโสศัลยกรรมหัวใจและหลอดเลือดโรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพกล่าวว่าด้วยวิทยาการทางแพทย์ที่เจริญก้าวหน้าประกอบกับมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการรักษาเฉพาะทางทำให้โรคนี้ไม่น่ากลัวอีกต่อไปเพียงคุณรับการรักษาแต่เนิ่นๆ
           
ประชาชนทั่วไปสามารถอยู่ในจุดเสี่ยงเมื่อป่วยเป็นโรคเบาหวานโรคความดันโลหิตสูงโรคหัวใจโดยเฉพาะผู้ที่สูบบุหรี่

หลอดเลือดคอตีบเกิดจากมีคราบไขมัน (Plaque) ที่เกิดจากไขมันคลอเรสเตอรอลเป็นจำนวนมากสะสมอยู่ในบริเวณหลอดเลือดบริเวณคอจนอุดตันขัดขวางการไหลเวียนของเลือดที่จะไปเลี้ยงสมองทำให้เกิดโรคอัมพฤกษ์และอัมพาตหรือที่เรียกว่า Stroke เข้าใจแล้วใช่ไหมว่าผู้ป่วยโรคเบาหวานโรคความดันโลหิตสูงโรคหัวใจและผู้ที่สูบบุหรี่คนอ้วนผู้ที่มีความกันโลหิตสูงไขมันในเลือดสูงหัวใจเต้นไม่สม่ำเสมอจึงมีภาวะเสี่ยงในการเป็นโรคนี้นอกจากนั้นยังพบว่า 30% ของผู้ที่มีเส้นเลือดหัวใจตีบตันจะมีเส้นเลือดที่คอตีบด้วยโดยโรคหลอดเลือดแดงที่คอตีบพบได้มากในผู้ที่มีอายุ 45 ขึ้นไปและยิ่งอายุมากขึ้นก็พบโรคนี้ได้มากขึ้นแต่คนอายุน้อยก็อย่านิ่งนอนใจเพราะผมเคยรักษาคนไข้ที่อายุ 30 ปลายๆมาแล้ว

ผ่าตัดรักษาโรคหลอดเลือดคอตีบ
           
การรักษาโรคนี้มีอยู่หลายวิธีทั้งการรับประทานยาเพื่อป้องกันการแข็งตัวของเลือดและต้องมาพบแพทย์เป็นระยะๆเพื่อปรับขนาดของยาเพราะยานี้อาจมีโอกาสเสี่ยงต่อภาวะทำให้เกิดภาวะเลือดออกในสมองได้ถ้าไม่ได้รับการปรับขนาดยาที่เหมาะสม
           
แต่ด้วยวิวัฒนาการที่ทันสมัยทั้งเครื่องมือและแพทย์พร้อมทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการผ่าตัดก็สามารถช่วยชีวิตให้ผู้ป่วยหายได้โดยที่ไม่ต้องพึ่งยาด้วย Carotid endarterectomy (CEA) การผ่าตัดเปิดหลอดเลือดคอไปเลี้ยงที่สมองเพื่อนำเอาคราบไขมันที่อุดตันในหลอดเลือดที่มีออกซิเจนไปเลี้ยงสมองออกจะช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงของการเกิดอัมพฤกษ์อัมพาตในผู้ป่วยที่มีหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตันหรือสมองขาดเลือดเลี้ยงชั่วคราวซึ่งมีอาการอัมพฤกษ์อัมพาตชั่วคราวแล้วหายไปใน 24 ชั่วโมงได้อย่างมาก

การรักษาด้วยวิธีนี้ใช้เวลาในการผ่าตัดน้อยเพื่อไม่ให้ผู้ป่วยได้รับการกระทบกระเทือนหรือภาวะแทรกซ้อนขณะผ่าตัดผู้ป้วยใช้เวลาพักฟื้นหลังการผ่าตัด 1 – 2 วันเพียง 3 สัปดาห์ผู้ป่วยก็สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติแล้วผลข้างเคียงจากการผ่าตัดเกิดขึ้นน้อยมาก
         
ในปัจจุบันนี้มีการรักษาอีกวิธีคือการใช้ Balloon และ Stent ไปเปิดหลอดเลือดให้กว้างขึ้นแพทย์จะช่วยประเมินว่าการรักษาชนิดใดเหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละท่าน
           
สิ่งสำคัญที่สุดคือควรรีบพบแพทย์ให้เร็วที่สุดเมื่อมีอาการเพื่อรับการรักษาที่ทันท่วงทีนับได้ว่าวันนี้โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพเป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านโรคหัวใจที่ให้บริการตรวจวินิจฉัยพร้อมทั้งรักษาโรคหัวใจและหลอดเลือดตั้งแต่การตรวจเบื้องต้นการตรวจด้วยอุปกรณ์พิเศษการดูแลและป้องกันโรคหัวใจการรักษาการผ่าตัดการติดตามดูแลพร้อมทั้งฟื้นฟู

 

โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ หรือโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด

โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ หรือโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเป็นโรคเดียวกัน และเป็นโรคหัวใจที่พบบ่อยมากในปัจจุบัน โดยสาเหตุเกิดจากมีภาวะแข็งตัวของผนังหลอดเลือดแดง (Arteriosclerosis) คล้ายๆ กับสนิมที่เกาะอยู่ภายในผนังท่อน้ำ นานๆ เข้าก็ทำให้ท่อตัน แต่การแข็งตัวของผนังหลอดเลือดนั้นเกิดจากมีการสะสมของไขมันและหินปูน รวมทั้งเซลล์ต่างๆ ที่ผนังหลอดเลือดแดงชั้นในสุด การสะสมนี้จะเกิดอย่างค่อยเป็นค่อยไป เมื่อมีการสะสมมากคราบเหล่านี้จะพอกตัวอย่างหนาขึ้นๆ จึงทำให้รูท่อหลอดเลือดหัวใจตีบแคบลง ส่งผลให้เลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้น้อย ซึ่งจะทำให้เกิดอาการเจ็บหน้าอก (angina) ถ้าการอุดตันหลอดเลือดแดงที่หัวใจเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน (Heart Attack) ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตที่สำคัญ เพราะมักจะเกิดขึ้นโดยไม่ทันรู้ตัว ผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่มีหลอดเลือดหัวใจตีบจะไม่ทราบมาก่อนว่าตนเองมีความผิดปกติ จนกระทั่งมีความผิดปกติ และมีอาการจากกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดมากแล้ว หรือมีกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน เนื่องจากจะเกิดอาการขึ้นอย่างช้าๆ เป็นระยะเวลานาน

 

ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบมี ดังนี้ 
   ปัจจัยเสี่ยงที่ไม่สามารถควบคุมได้ 

  - เพศ เพศชายทีความเสียงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดแดงหัวใจตีบตันมากกว่าเพศหญิง อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงต่อการเกิดโรคของเพศหญิงจะเพิ่มขึ้นในหญิงวัยหมดประจำเดือน 
  - ปัจจัยทางพันธุกรรมและเชื้อชาติ ถ้ามีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคหลอดเลือดแดงหัวใจตีบตัน จะมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคสูงกว่าบุคคลที่ไม่มีประวัติในครอบครัว
  - อายุ เพศชายที่มีอายุตั้งแต่ 45 ปีขึ้นไป แต่ปัจจุบัน 35 ปีขึ้นไปก็เริ่มเสี่ยงแล้ว เพราะมีปัจจัยแวดล้อมเสริม เช่น กินเหล้า สูบบุหรี่ อดนอน กินอาหารฟาสต์ฟู้ดที่มีไขมันมาก ส่วนผู้หญิงจะมีอายุมากกว่า 55 ปีขึ้น ไปเนื่องจากดูแลตัวเองดี และมักเลือกกินอาหารเพราะกลัวอ้วน และมีฮอร์โมนเพศหญิงช่วยคุมไขมัน
   ปัจจัยที่สามารถควบคุมได้
    - ภาวะความดันโลหิตสูง 
     - โรคเบาหวาน 
     - ภาวะไขมันในเลือดสูง 
     - บุหรี่ 
     - โรคอ้วน 
     - การไม่ออกกำลังกาย 
     - โรคเครียด
     - การพักผ่อนอย่างเพียงพอ 

 

อาการของโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ
ผู้ป่วยอาจไม่มีอาการ หรือมีอาการเจ็บแน่นหน้าอก ซึ่งความรุนแรงอาจแตกต่างกันไป บางรายอาจมีอาการหายใจไม่สะดวกหรือเหนื่อยง่าย เนื่องจากกล้ามเนื้อหัวใจต้องการเลือด (ที่มีออกซิเจนและสารอาหาร) ที่เพียงพอต่อการทำหน้าที่ของเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจผ่านทางหลอดเลือดแดงไปเลี้ยงหัวใจ 
เมื่อหลอดเลือดแดงที่หัวใจตีบแคบลง เลือดจะไม่สามารถถูกส่งไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้อย่างเพียงพอ เพราะขณะหัวใจเต้นเร็วขึ้นหรือความดันโลหิตสูงขึ้น (คือช่วงเวลาที่เราออกแรง หิว อิ่ม โกรธ โมโห ตกใจ หรือ ฝันร้าย ฯลฯ ) ต้องการเลือดมากขึ้น จึงเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ซึ่งทำให้เกิดผลได้หลายอย่างคือ 
   - ไม่มีอาการใดๆ กลุ่มผู้ป่วยที่ไม่เคยมีอาการทำให้เสียชีวิตกะทันหัน เช่น เล่นกีฬาแล้วเสียชีวิต ส่วนใหญ่เป็นผู้ชายวัยทำงานที่ร่างกายแข็งแรงดีไม่เคยมีโรค จึงต้องเฝ้าระวังเพราะคนที่มีอาการจะทราบและดูแลตัวเองดี แต่คนที่ไม่มีอาการจะไม่ค่อยสังเกตตัวเองจึงเสียชีวิตอย่างกะทันหัน โดย ผู้ที่มีความเสี่ยงโรคนี้ได้แก่ ผู้ที่มีโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง สูบบุหรี่ เครียด ขาดการออกกำลังกาย อย่างสม่ำเสมอ
   - เหนื่อยง่ายหรือหายใจไม่สะดวกเวลาออกแรง 
   - บวมบริเวณปลายเท้าหรือข้อเท้าทั้งสองข้าง 
   - ภาวะหัวใจล้มเหลว ซึ่งเกิดจากกล้ามเนื้อหัวใจบีบตัวได้เบาลงเพราะขาดเลือด (เหมือนคนขาดอาหารที่ไม่ค่อยมีแรง) หรืออาจเกิดจากกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน ทำให้หัวใจไม่สามารถบีบตัวเพื่อส่งเลือดไปเลี้ยงร่ายการได้ตามต้องการ อาจมีการนอนราบไม่ได้ 
   - กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน เกิดจากมีการอุดตันอย่างกะทันหันภายในหลอดเลือดแดงที่หัวใจ ซึ่งมักมีสาเหตุมาจากการมีลิ่มเลือดอุดตันในบริเวณที่มีรอยตีบอยู่ก่อนแล้ว กล้ามเนื้อหัวใจส่วนที่ถูกเลี้ยงด้วยหลอดเลือดเส้นนั้นจะตายไป ผู้ป่วยมักมีอาการเจ็บแน่นหน้าอกรุนแรงและนานกว่าปกติ 
โรคหลอดเลือดแดงหัวใจตีบตัน มีหลายสาเหตุ ทั้งหมดจะทำให้เกิดภาวะผนังหลอดเลือดแดงแข็ง (Arteriosclerosis) ก่อน โดยหลอดเลือดแดงมีหน้าที่ขนส่งเลือดที่มีออกซิเจนปริมาณที่สูงออกจาหัวใจเพื่อไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย รวมทั้งเลี้ยงตัวเองที่กล้ามเนื้อหัวใจ หลอดเลือดแดงที่มีสุขดี ผนังหลอดเลือดจะเรียบยืดหยุ่นได้ และสามารถขยายเพื่อรับปริมาณเลือดที่เพิ่มขึ้นได้เมื่อจำเป็น เช่น เวลาออกแรง 
ภาวะหลอดแดงแข็งเกิดจากมีการสะสมของไขมัน หินปูนและเซลล์ต่างๆ ที่ผนังด้านในของหลอดเลือด สามารถเกิดได้กับหลอดแดงทั่วร่างกาย กระบวนการเกิดภาวะหลอดเลือดแดงแข็งจะเกิดขึ้นอย่างช้าๆ ค่อยเป็นค่อยไป โดยจะเกิดขึ้นตั้งแต่วัยเด็กและเป็นมากขึ้นเรื่อยๆ ตามอายุที่เพิ่มขึ้น และมักเกิดขึ้นในรายที่มีระดับ คอเลสเตอรอลชนิด LDL สูงกว่าปกติ บริเวณด้านในผนังหลอดเลือดแดงที่มีการแข็งตัวนั้นมักจะเกิดรอยบาดแผลหรือผิวฉีกขาดได้ง่าย ซึ่งเมื่อมีอาการบาดเจ็บของผนังด้านในหลอดเลือดแดงเกิดขึ้น จะทำให้ร่างกายสร้างลิ่มเลือดมาอุดที่บริเวณรอยแผล ทำให้หลอดเลือดแดงอุดตันได้  บริเวณด้านในผนังหลอดเลือดแดงที่มีการแข็งตัวนั้นมักจะเกิดรอยบาดแผลหรือผิวฉีกขาดได้ง่าย ซึ่งเมื่อมีอาการบาดเจ็บของผนังด้านในหลอดเลือดแดงเกิดขึ้น จะทำให้ร่างกายสร้างลิ่มเลือดมาอุดที่บริเวณรอยแผล ทำให้หลอดเลือดแดงอุดตันได้ 
ภาวะไขมันในเลือดสูงอาจเกิดจากความผิดปกติพันธุกรรมได้ แต่ส่วนใหญ่เกิดจากพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่ไม่ถูกสุขลักษณะ เช่น รับประทานอาหารที่มีไขมันสูงเป็นประจำ นอกจากนั้นโรคความดันโลหิตสูง การสูบบุหรี่ รวมทั้งโรคอ้วนและการไม่ออกกำลังกาย ยังเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญของภาวะหลอดเลือดแข็งและ 
โรคหลอดเลือดหัวใจตีบด้วย 

โรคหลอดเลือดแดงแข็งสามารถเกิดขึ้นกับหลอดเลือดแดงบริเวณอื่นๆ ได้ โดยเฉพาะหลอดเลือดแดงในสมองหรือหลอดเลือดแดงบริเวณคอ อาจทำให้เกิดโรคอัมพฤกษ์หรืออัมพาตครึ่งซีกหรือหลอดเลือดแดงที่ขา ซึ่งอาจทำให้มีอาการเจ็บปวดที่ขาหรือบริเวณน่องเวลาเดินร่วมด้วย

 

 

โรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน

โรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันเกิดจากหลอดเลือดแดงไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจแข็งตัว หรือมีไขมันเกาะที่ผนังของหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดแดงตีบแคบลง ปริมาณเลือดแดงผ่านได้น้อย ทำให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด และหากหลอดเลือดตีบแคบลงจนอุดตันจะทำให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายได้

โรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน มีปัจจัยเสี่ยงและสาเหตุของการเกิดดังนี้

โรคความดันโลหิตและไขมันในเลือดสูง การสูบบุหรี่ โรคเบาหวาน ความอ้วน ความเครียด การไม่ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
ผู้ชายอายุ 4
5 ปีขึ้นไป หรือหญิงอายุ 55 ปีขึ้นไปหรือวัยหลังหมดประจำเดือน และผู้มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคหัวใจ

อาการทั่วไป

ใจสั่น เจ็บหน้าอก หายใจลำบาก มีอาการคลื่นไส้ และอาจมีอาเจียน มีอาการเหงื่อออก เวียนศีรษะ


สัญญาณอันตราย คืออาการเจ็บหน้าอกที่มีลักษณะเฉพาะ

·         เจ็บตรงกลางหน้าอก เยื้องลงมาทางลิ้นปี่เล็กน้อย

·         จุกแน่น อึดอัด บางทีร้าวไปถึงคอหอย ไหล่ซ้าย ข้อศอก หรือท้องแขนซ้าย กรามหรือคอด้านซ้าย

·         บางรายมีอาการใจหวิว ใจสั่น ชีพจรเต้นเร็วหรือช้ากว่าปกติ เหงื่อซึม หน้ามืดหมดสติ

การปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันการเกิดโรค

เพื่อป้องกันโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันควรควบคุมความดันโลหิตและเบาหวานให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ควบคุมน้ำหนักไม่ให้อ้วนเพราะคนอ้วนหัวใจจะต้องทำงานมากกว่าปกติ พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงความเครียด หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมัน เลิกสูบบุหรี่ เพราะสารนิโคตินและสารอื่นๆ มีอันตรายต่อผนังบุด้านในหลอดเลือด การสูบบุหรี่จึงทำให้หลอดเลือดหัวใจหดตัว ลดปริมาณเลือดที่จะไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ หากมีอาการเจ็บแน่นหน้าอกเป็นๆหายๆ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที

ป้องกันก่อนเกิด... ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดควรหมั่นตรวจคัดกรองความเสี่ยงทางหลอดเลือดในร่างกาย อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด เช่น

·         ตรวจ ABI เพื่อดูเส้นเลือดที่ขา เพื่อตรวจหาการตีบตันของหลอดเลือดข้างนั้นๆ หรือภาวะโรคหลอดเลือดแดงส่วนปลายตีบที่ไปเลี้ยงขา

·         ตรวจ Carotid เพื่อดูเส้นเลือดแดงใหญ่ที่คอที่ไปเลี้ยงสมอง เพื่อตรวจหาภาวะการตีบตันของหลอดเลือดคอที่ไปเลี้ยงสมอง

·         ตรวจ Aneurysm Screening เพื่อดูเส้นเลือดแดงใหญ่โป่งพองบริเวณหน้าอกและช่องท้อง ซึ่งเป็นหลอดเลือดแดงหลักที่ลำเลียงเลือดจากหัวใจไปสู่ส่วนต่าง ๆ ในร่างกาย

·         ตรวจ M.R.A Brain เพื่อดูสภาพเส้นเลือดสมอง เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดโรคหลอดเลือดสมองโป่ง ซึ่งเป็นโรคทางระบบประสาทที่พบได้บ่อยและเป็นปัญหาที่สำคัญเพราะสามารถเกิดขึ้นได้ในคนปกติทั่วไปในทุกเพศทุกวัย

 


โรคหลอดเลือดแดงส่วนปลายอุดตัน 

สาเหตุจากหลอดเลือดแข็งตัวการเกิดลิ่มเลือดในหลอดเลือด การอักเสบหรือติดเชื้อของหลอดเลือดหรือจากปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ เช่น การสูบบุหรี่ โรคเบาหวานหรือโรคความดันโลหิตสูง เป็นต้น ทำให้เลือดไปเลี้ยงเนื้อเยื่อส่วนต่างๆไม่เพียงพอ โดยเฉพาะอวัยวะส่วนขา เป็นได้ทั้งชนิดเรื้อรังและเฉียบพลัน มักมีอาการขาชา เท้าเย็น ปวดขา บางคนอาจมีอาการปวดรุนแรงจนต้องหยุดเดิน หรือเนื้อเยื่อตายและไม่สามารถคลำชีพจรที่ขาได้  เส้นเลือดแดงที่ขา เป็นอีกจุดที่เกิดการตีบตันได้บ่อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนอ้วน จะยิ่งมีโอกาสเป็นโรคหลอดเลือดแดงที่ขาตีบตันได้ง่าย
 

·         อาการที่เริ่มบอกว่าเส้นเลือดแดงอาจมีการอุดตัน
ปวดน่อง ปวดเท้า หรือปวดขา หลังจากเดินหรือออกกำลังกาย และจะดีขึ้นเมื่อได้พัก อาการปวดเกิดจากกล้ามเนื้อขาดเลือด หรือขาดออกซิเจนจากการอุดตันของเส้นเลือด หากปล่อยทิ้งไว้จนเส้นเลือดตีบตันมากขึ้นอาจทำให้เท้าชา เย็น ยิ่งถ้าผู้ป่วยเป็นโรคเบาหวาน  ก็อาจเกิดแผลที่รักษาไม่หาย ถ้าเป็นมากๆ อาจถึงขั้นมีลิ่มเลือดมาอุดตันจนทำให้เกิดอาการขาดเลือดมาเลี้ยงฉับพลัน หากแก้ไขไม่ทันจะทำให้กล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อที่เท้าข้างนั้นตาย จนจำเป็นต้องตัดเนื้อเยื่อ ตัดนิ้ว หรือตัดเท้าตัดขา เนื่องจากถ้าทิ้งไว้พิษจากเนื้อตายจะซึมเข้ากระแสเลือด ลามไปทั่วร่างกายได้
 

·         หลอดเลือดอุดตันป้องกันได้
เริ่มต้นด้วยการตรวจร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณมีอาการที่น่าสงสัย เช่น ปวดเท้า หรือปวดน่องจากการเดินมากๆ หรือมีความเสี่ยงจากอาการ 4-5 อย่างที่ได้กล่าวมาแล้ว การตรวจพบแต่เนิ่นๆ จะทำให้คุณสามารถดูแลตัวเองอย่างถูกต้องเพื่อป้องกันไม่ให้เป็นหนักขึ้น
 การดูแลตัวเอง เบื้องต้น คือการออกกำลังกายกล้ามเนื้อขาเป็นประจำ เช่น เดินเร็วๆ หรือวิ่งเหยาะๆ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 วัน วันละ 30 นาที ส่วนผู้มีน้ำหนักเกินควรลดน้ำหนัก ควบคุมอาหาร รวมทั้งดูแลโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดัน หรือไขมันสูง ควบคู่กันไปด้วย เพียงเท่านี้ก็พอจะช่วยป้องกันไม่ให้อาการเส้นเลือดตีบรุนแรงขึ้นได้

ป้องกันก่อนเกิด หลอดเลือดแดงส่วนปลายอุดตัน...
ตรวจ  ABI เพื่อดูสภาพเส้นเลือดที่ขาเป็นประจำทุกปี เพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดโรคกล้ามเนื้อขาดเลือด หรือขาดออกซิเจนจากการอุดตันของเส้นเลือด