โรคหลอดเลือดแดงส่วนปลายอุดตัน 

สาเหตุจากหลอดเลือดแข็งตัวการเกิดลิ่มเลือดในหลอดเลือด การอักเสบหรือติดเชื้อของหลอดเลือดหรือจากปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ เช่น การสูบบุหรี่ โรคเบาหวานหรือโรคความดันโลหิตสูง เป็นต้น ทำให้เลือดไปเลี้ยงเนื้อเยื่อส่วนต่างๆไม่เพียงพอ โดยเฉพาะอวัยวะส่วนขา เป็นได้ทั้งชนิดเรื้อรังและเฉียบพลัน มักมีอาการขาชา เท้าเย็น ปวดขา บางคนอาจมีอาการปวดรุนแรงจนต้องหยุดเดิน หรือเนื้อเยื่อตายและไม่สามารถคลำชีพจรที่ขาได้  เส้นเลือดแดงที่ขา เป็นอีกจุดที่เกิดการตีบตันได้บ่อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนอ้วน จะยิ่งมีโอกาสเป็นโรคหลอดเลือดแดงที่ขาตีบตันได้ง่าย
 

·         อาการที่เริ่มบอกว่าเส้นเลือดแดงอาจมีการอุดตัน
ปวดน่อง ปวดเท้า หรือปวดขา หลังจากเดินหรือออกกำลังกาย และจะดีขึ้นเมื่อได้พัก อาการปวดเกิดจากกล้ามเนื้อขาดเลือด หรือขาดออกซิเจนจากการอุดตันของเส้นเลือด หากปล่อยทิ้งไว้จนเส้นเลือดตีบตันมากขึ้นอาจทำให้เท้าชา เย็น ยิ่งถ้าผู้ป่วยเป็นโรคเบาหวาน  ก็อาจเกิดแผลที่รักษาไม่หาย ถ้าเป็นมากๆ อาจถึงขั้นมีลิ่มเลือดมาอุดตันจนทำให้เกิดอาการขาดเลือดมาเลี้ยงฉับพลัน หากแก้ไขไม่ทันจะทำให้กล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อที่เท้าข้างนั้นตาย จนจำเป็นต้องตัดเนื้อเยื่อ ตัดนิ้ว หรือตัดเท้าตัดขา เนื่องจากถ้าทิ้งไว้พิษจากเนื้อตายจะซึมเข้ากระแสเลือด ลามไปทั่วร่างกายได้
 

·         หลอดเลือดอุดตันป้องกันได้
เริ่มต้นด้วยการตรวจร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณมีอาการที่น่าสงสัย เช่น ปวดเท้า หรือปวดน่องจากการเดินมากๆ หรือมีความเสี่ยงจากอาการ 4-5 อย่างที่ได้กล่าวมาแล้ว การตรวจพบแต่เนิ่นๆ จะทำให้คุณสามารถดูแลตัวเองอย่างถูกต้องเพื่อป้องกันไม่ให้เป็นหนักขึ้น
 การดูแลตัวเอง เบื้องต้น คือการออกกำลังกายกล้ามเนื้อขาเป็นประจำ เช่น เดินเร็วๆ หรือวิ่งเหยาะๆ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 วัน วันละ 30 นาที ส่วนผู้มีน้ำหนักเกินควรลดน้ำหนัก ควบคุมอาหาร รวมทั้งดูแลโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดัน หรือไขมันสูง ควบคู่กันไปด้วย เพียงเท่านี้ก็พอจะช่วยป้องกันไม่ให้อาการเส้นเลือดตีบรุนแรงขึ้นได้

ป้องกันก่อนเกิด หลอดเลือดแดงส่วนปลายอุดตัน...
ตรวจ  ABI เพื่อดูสภาพเส้นเลือดที่ขาเป็นประจำทุกปี เพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดโรคกล้ามเนื้อขาดเลือด หรือขาดออกซิเจนจากการอุดตันของเส้นเลือด